เมรุหลังแรกของสาครเมรุลอย
สาครเมรุลอย เริ่มก่อสร้างเมรุลอยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ในสมัยนั้นเมรุลอยที่สร้างเป็น เมรุลอยที่ยังเป็นเมรุลอยที่มีขนาดเล็ก และแค่ยอดเดียวมี 2 ชั้นเท่านั้น และมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร ส่วนความสูงเพียง 9 เมตร วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ยาง และไม้สัก ลายที่ประกอบกับตัวเมรุจะเป็นลายที่เป็นเขียนกับตัวไม้ ส่วนประกอบที่ประกอบเป็นยอดเมรุจะใช้ไม้ไผ่ มาจักสาน และ ทาสี เพื่อทำให้ส่วนยอดโปร่ง ลมพัดผ่านได้ง่ายไม่เป็นอันตรายในฤดูฝน ในสมัยก่อนจะมีการแทงหยวกร่วมด้วยตลอด ไฟที่ประดับเมรุ จะเป็นไฟขนาดเพียง 5 กิโลวัตต์ เท่านั้น การติดตั้งส่วนมากจะทำภายในจังหวัด อยุธยาแต่บางครั้งก็ออกติดตั้งต่างจังหวัดบ้างก็น้อยครั้ง
เมรุหลังที่สอง
เป็นการปรับปรุงเมรุลอยให้มีขนาดใหญ่และมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้นโดยขายเมรุหลังเก่าไป และสร้างขึ้นมาใหม่โดยใช้ไม้ใหม่ทั้งหมด ในการสร้างเมรุลอยครั้งนี้ ได้สร้างเป็นเมรุลอย 5 ยอด 5 ชั้น วัสดุที่ใช้จะมีความคงทนถาวรมากขึ้น ลายเมรุจะใช้ลายทอง ร่องกระจก หมายความว่า "ตัวลายเมรุที่ประกอบกับเมรุนั้น จะเป็นลายที่ขุด แกะสลักจากตัวไม้เลย เช่นลายที่เป็นเสาเมรุก็จะขุกจากเสา ลายที่ประกอบเป็นพลึงจะขุดจากตัวไม้พลึงเลยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นจะติดกระดาษทอง และ ติดกระจกตามร่องลาย เมรุนั้นๆ ซึ่งการออกลายแบบนี้จะทำให้เกิดการสะท้อนแสง และมีแสงระยิบ ระยับในยามค่ำคืน ทำให้เกิดความสวยงามมาก
ต่อมาท่านพระเทพ เขมเทพาจารย์ ในสมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และดำรงตำแห่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหัวเวียงได้มรณภาพลง ทางสาครเมรุลอย ได้คิดจะตอบแทน บุญคุณท่านที่ท่านได้ช่วยเหลือมาตลอด จึงได้ปรับปรุงเมรุหลังเก่าให้เป็นเมรุลอยที่ขนาด 9 ยอดขึ้น แต่จำนวนชั้นยังเป็น 5 ชั้นเหมือนเดิม เพื่อใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพท่านเจ้าอาวาสวัดหัวเวียง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซึ่งนับว่าเป็นเมรุ 9 ยอดหลังแรกของจังหัดอยุธยา
เมรุหลังที่สาม (เข้าสู่เมรุหลังปัจจุบัน)
หลังจากการสร้างเมรุหลังที่สอง และเปลี่ยนเป็นเมรุลอยจาก 5 ยอดเป็น 9 ยอดขึ้นการตลาดของสาคร เมรุลอยก็มีผู้มาใช้บริการมากขึ้นทั้งในจังหวัดอยุธยา และต่างจังหวัด ทำให้ระบบโครงสร้าง ตัวลาย และอุปกรณ์อื่นๆ มีการเสื่อมสภาพ ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทางสาครเมรุลอย นำโดยนายสาคร อรรถจรูญ พร้อมบุตร คือ นายพรชัย เล็งเห็นถึงความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้บริการ เพราะเมรุลอยต้องมีความคงทนถาวร แน่นไม่โยกสั่นเมื่อขณะใช้งาน จึงได้ขายเมรุหลังเก่าไป และ สร้างเมรุหลังใหม่ขึ้นมาแทนโดยใช้ไม้ใหม่ทั้งหมดโดยการสร้างเมรุลอยครั้งนี้ จะออกแบบให้มีความเป็นมาตรฐาน ตามหลักโครงสร้างที่ถูกแบบเมรุลอย 5 ยอด และ 9 ยอด โดยยึดหลักความปลอดภัย แน่นหนา เป็นสำคัญ ซึ่งมีมาจึนถึงปัจจุบันนี้
|